(เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ของพวกเธอในปี 2025)
Wet Leg
เรื่องตลกที่บังเอิญกลายเป็นชีวิตจริง
Rhian:
เธอคิดไหมว่าเรื่องทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากความคิดที่ไม่ได้จริงจังเอาเสียเลย
Hester:
ฉันคิดตลอด และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ฉันยังไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องให้สัมภาษณ์อยู่เรื่อย ๆ
Rhian:
เพราะตอนเริ่มต้น เราไม่มีคำประกาศเจตนารมณ์ ไม่มีแผนห้าปี ไม่มีเอกสารอธิบายว่า Wet Leg ต้องการเปลี่ยนโลกอย่างไร เราแค่อยากตั้งวงที่สนุกกว่าสิ่งที่เคยทำอยู่
Hester:
คนชอบถามว่าเรามี “วาระ” อะไร
Rhian:
แล้วคำตอบว่า “เราอยากสนุก” ฟังดูเหมือนเราเป็นคนตื้นเขินมาก ทั้งที่จริงบางทีการสนุกกับสิ่งที่ทำก็เป็นเหตุผลที่ดีพอแล้ว
Hester:
มีกฎอะไรด้วยหรือ
Rhian:
ไม่มี แต่มักมีผู้ชายบนอินเทอร์เน็ตพร้อมบอกว่ามี
Hester:
อ๋อ กฎที่เพิ่งถูกค้นพบหลังเราออกเพลงไปแล้ว
Rhian:
ใช่ กฎเช่น เพลงต้องมีคอร์ดมากกว่านี้ ผู้หญิงควรแต่งตัวแบบนั้น ไม่ควรแต่งตัวแบบนี้ ควรเล่นกีตาร์อย่างไร ควรร้องอย่างไร และควรยิ้มบ่อยแค่ไหน
Hester:
น่ารักดีที่พวกเขาอุทิศเวลามาช่วย
Rhian:
ช่างมีน้ำใจจริง ๆ
ทั้งคู่พบกันขณะเรียนดนตรีบน Isle of Wight และรู้จักกันมานานก่อนตั้ง Wet Leg ตอนเริ่มวง Hester เล่นกีตาร์อยู่แล้ว ขณะที่ Rhian เพิ่งหัดกีตาร์ให้เพียงพอกับสิ่งที่วงต้องการ ความคิดตั้งต้นไม่ใช่การแสดงความเป็นยอดฝีมือ แต่เป็นการสร้างพื้นที่ที่พวกเธอสามารถทดลอง เล่น และหัวเราะกับสิ่งที่ทำได้ (Net-A-Porter)
Hester:
เธอหัดกีตาร์เร็วมากนะ
Rhian:
พอแล้ว ไม่ต้องให้กำลังใจฉันต่อหน้าคนอื่น
Hester:
ฉันพูดจริง
Rhian:
นั่นยิ่งแย่ใหญ่
Hester:
ตอนแรกฉันคิดว่ามันดี เพราะเราไม่ได้เริ่มจากความคิดว่าเราต้องพิสูจน์ว่าเก่งที่สุด เราแค่ถามว่าสิ่งนี้ฟังแล้วรู้สึกดีไหม
Rhian:
หรือมันทำให้เราอยากเต้นไหม
Hester:
หรือทำให้เราหัวเราะไหม
Rhian:
หรือฟังแล้วเหมือนคำพูดที่ไม่ควรอยู่ในเพลง แต่เราใส่มันลงไปอยู่ดี
Hester:
โดยทั่วไป นั่นมักเป็นส่วนที่ดีที่สุด
Rhian:
ฉันชอบเพลงที่ไม่ทำท่าเหมือนกำลังขออนุญาต เพลงที่เดินเข้ามาในห้อง นั่งบนโต๊ะ แล้วกินอาหารของคนอื่นโดยไม่ถาม
Hester:
นั่นอาจเป็นคำอธิบาย Chaise Longue ที่ดีพอสมควร
Rhian:
เราไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเพลงที่พาเราไปไหน เราแค่ทำมัน แล้วถ่ายวิดีโอกันเอง จากนั้นจู่ ๆ ผู้คนก็เริ่มฟัง
Hester:
ทีละมาก ๆ
Rhian:
มากจนเริ่มน่าสงสัย
Hester:
ตอนนั้นฉันคิดว่าคงมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นในระบบ
Rhian:
ฉันคิดว่าเดี๋ยวมันก็จบ เราคงกลับไปทำงานธรรมดา เพราะต่อให้ชื่อวงอยู่ค่อนข้างสูงบนโปสเตอร์เทศกาล คุณก็อาจยังหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อมีคนห้าคนต้องเดินทาง กิน และนอน
Hester:
เราไม่เคยเตรียมตัวสำหรับการเป็นวงที่ประสบความสำเร็จ
Rhian:
เราแทบไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการเป็นวงเลยด้วยซ้ำ
เมื่อ “Chaise Longue” ออกในปี 2021 ทั้งคู่ยังคาดว่าจะต้องทำงานประจำต่อไป ความสำเร็จที่ตามมา—อัลบั้มอันดับหนึ่ง การเดินสายรอบโลก รางวัล Brit และ Grammy ตลอดจนการเปิดการแสดงให้ Harry Styles—เกิดขึ้นเร็วจนพวกเธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกพัดไปตามกระแส มากกว่าจะเป็นผู้ควบคุมเส้นทางทั้งหมดด้วยตนเอง (The Guardian)
Hester:
สิ่งประหลาดที่สุดคือเรายังเป็นคนเดิม แต่สถานที่รอบตัวเปลี่ยนไปหมด
Rhian:
วันหนึ่งเราอยู่โรงแรมสวยในมิลาน ใส่เสื้อผ้าที่มีคนคอยดูแลไม่ให้ยับ แล้วอีกวันฉันกลับถึงบ้าน เปิดประตูห้องนอน และพบว่าความยุ่งเหยิงของฉันยังอยู่ครบ
Hester:
มันภักดีต่อเธอมาก
Rhian:
สองปีไม่เคยจากไปไหน
Hester:
นี่แหละความมั่นคงที่แท้จริง
Rhian:
เวลาเข้าอเมริกาแล้วต้องกรอกอาชีพ ฉันยังรู้สึกแปลกที่เขียนว่า “นักดนตรี”
Hester:
ฉันคิดว่าจะเขียนว่า “ผู้ให้ความบันเทิง”
Rhian:
แล้วบอกว่าเธอทำงานในคณะละครสัตว์
Hester:
ก็ไม่ผิดเสียทีเดียว
Rhian:
Grammy ก็เหมือนละครสัตว์ชนิดหนึ่ง ทุกคนแต่งตัวสวยมาก มีไฟ มีพรม มีกล้อง และเราสองคนยืนอยู่ตรงนั้นโดยรู้จักกันมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นบนเกาะ มันจึงยากมากที่จะเชื่อว่าทั้งหมดนี้เคร่งขรึมอย่างที่คนอื่นทำท่าให้เป็น
Hester:
แต่เราเอางานจริงจังนะ
Rhian:
ใช่ การไม่ทำตัวจริงจัง ไม่ได้หมายความว่าไม่ตั้งใจทำงาน ฉันเคยทำงานประหลาดมาหลายอย่าง และไม่ว่าจะทำอะไร ฉันมักพยายามเต็มที่
Hester:
รวมถึงตอนเป็นนกด้วยหรือเปล่า
Rhian:
อย่าพูดถึงนก
Hester:
เธอเป็นตัวละครนกในสวนสนุก ต้องเข้าไปอยู่ในหุ่นและทำเสียงเอง
Rhian:
ฉันบอกว่าอย่าพูดถึงนก
Hester:
ฉันคิดว่ามันอธิบายหลายอย่างเกี่ยวกับการแสดงบนเวทีของเธอ
ก่อนทำ Wet Leg เต็มเวลา Rhian เคยทำงานหลายอย่าง รวมถึงสวมชุดหุ่นตัวละครชื่อ Squawk Bird ในสวนสนุกบน Isle of Wight ขณะที่ Hester เคยทำเครื่องประดับในธุรกิจครอบครัว ชีวิตหรูหราที่ตามมาจากความสำเร็จจึงยังดูแปลกแยกจากบ้าน ห้องนอนที่ไม่ได้เก็บ และชีวิตเดิมของพวกเธออยู่เสมอ (The Guardian)
Rhian:
การเดินทางนาน ๆ มีช่วงที่สนุกมาก และมีช่วงที่ร่างกายกับสมองพูดว่า พอได้แล้ว
Hester:
ตอนแรกมันเหมือนวันหยุดฤดูร้อนที่ยาวผิดปกติ ฉันคิดว่าเราแค่ขี่คลื่นนี้ไป เดี๋ยวคลื่นก็โยนเรากลับขึ้นฝั่ง
Rhian:
แต่คลื่นไม่ยอมจบ
Hester:
ใช่ แล้ววันหนึ่งคุณรู้ตัวว่า นี่ไม่ใช่วันหยุด นี่คือชีวิตของคุณ
Rhian:
ฉันเคยคิดถึงบ้านมากจนต้องบินกลับฉุกเฉิน อยู่บ้านเพียงวันเดียว ให้คนรักทำอาหารให้กิน แล้วบินกลับไปทำงานต่อ
Hester:
อาหารหรูอะไร
Rhian:
ถั่วกับชีสบนขนมปังปิ้ง
Hester:
งดงาม
Rhian:
บางครั้งใส่มาร์ไมต์ด้วย
Hester:
ชีวิตร็อกแอนด์โรล
Rhian:
นั่นแหละ จุดสูงสุดของความเสเพล
Hester:
สำหรับฉัน ส่วนที่ยากไม่ได้มีแค่ความเหนื่อย การต้องพบคน พูดกับคน และถูกมองอยู่ตลอดเวลาก็ยากมาก
Rhian:
ฉันรู้
Hester:
ก่อนสัมภาษณ์หลายครั้ง ความคิดแรกของฉันคือ ฉันทำไม่ได้ ฉันกลัวเกินไป หลายปีนี้เหมือนหลักสูตรเร่งรัดที่บังคับให้ฉันเรียนรู้ตัวเอง ฉันเคยหวังว่าความวิตกกังวลทางสังคมจะถูกบำบัดจนหายไปเหมือนลบรอยดินสอ แต่ดูเหมือนมันไม่ได้ทำงานอย่างนั้น
Rhian:
เธอไม่จำเป็นต้องกลายเป็นคนอื่นเพื่ออยู่ในวงนี้
Hester:
ฉันรู้ แต่บางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองขึ้นเวทีได้อย่างไร
Rhian:
ฉันเคยบอกเธอว่า ให้รู้สึกกลัว แล้วทำมันอยู่ดี
Hester:
ประโยคนั้นช่วยนะ ไม่ได้ทำให้ความกลัวหายไป แต่มันทำให้ฉันไม่ต้องรอจนหายกลัวก่อนจึงจะใช้ชีวิตได้
Rhian:
ฉันรู้สึกว่าเราปกป้องกันและกัน แต่คนอาจคิดว่าฉันเป็นฝ่ายปกป้องเธอมากกว่า เพราะฉันดูพูดเยอะกว่า
Hester:
ดูหรือ
Rhian:
ตกลง ฉันพูดเยอะกว่า แต่เธอฉลาดกว่า และมักมองเห็นอันตรายก่อนฉัน เพราะฉะนั้นเธอก็ปกป้องฉันในอีกแบบหนึ่ง
Hester:
ฉันอาจแค่กังวลมากกว่า
Rhian:
นั่นเป็นทักษะชนิดหนึ่ง
Hester เปิดเผยว่าความวิตกกังวลทางสังคมทำให้การสัมภาษณ์และบางด้านของชีวิตในวงยากสำหรับเธอ แม้กระทั่งก่อนขึ้นเวที เธอยังอาจไม่เข้าใจว่าตัวเองทำได้อย่างไร Rhian มองว่าทั้งคู่คอยคุ้มครองกันคนละแบบ ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างคนเข้มแข็งกับคนอ่อนแออย่างง่าย ๆ (The Guardian)
Rhian:
อีกเหตุผลที่การอยู่ในสายตาคนจำนวนมากเหนื่อย คือทุกคนเหมือนคิดว่าร่างกาย เสื้อผ้า และท่าทางของผู้หญิงเป็นหัวข้อประชุมสาธารณะ
Hester:
ฉันจึงไม่ค่อยเข้าอินเทอร์เน็ตแล้ว มันไม่รู้สึกปลอดภัย
Rhian:
ฉันเข้าไปบ้าง แล้วก็พบคุณลุงน่าขนลุกจากที่ไหนสักแห่ง คอยบอกว่าฉันควรใส่อะไร ควรทำตัวอย่างไร และควรเขียนเพลงอย่างไร
Hester:
เขาอาจมีเวลาว่างมาก
Rhian:
และมีความมั่นใจในปริมาณที่ไม่สัมพันธ์กับความสามารถเลย
Hester:
เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ทั่วไป
Rhian:
สิ่งที่น่ารำคาญคือ ผู้หญิงที่ถือกีตาร์ยังถูกตรวจสอบเหมือนเป็นสิ่งผิดธรรมชาติ บางคนไม่ได้ฟังว่าเพลงพูดอะไร เขากำลังรอดูว่าเราจะเล่นพลาดตรงไหน เพื่อจะได้ประกาศว่าเขาคิดถูกมาตลอด
Hester:
แต่การสนับสนุนผู้หญิงหรือคนที่ไม่ได้อยู่ในกรอบเพศแบบเดิม ไม่ได้หมายความว่าเราเกลียดผู้ชายในวง
Rhian:
แน่นอน เรารักพวกเขา เพียงแต่ผู้ชายมีพื้นที่และความได้เปรียบอยู่แล้ว การขอให้คนอื่นได้รับการมองเห็นบ้างไม่ได้แปลว่าต้องผลักผู้ชายตกหน้าผา
Hester:
แม้บางวันข้อเสนอนั้นอาจฟังดูน่าสนใจ
Rhian:
Hester
Hester:
ฉันพูดในเชิงอุปมา
Wet Leg วิจารณ์มาตรฐานสองชั้นที่ผู้หญิงในวงกีตาร์ต้องเผชิญ Rhian เล่าว่ามีผู้ชายออนไลน์คอยสั่งสอนเธอเรื่องการแต่งตัว พฤติกรรม และการแต่งเพลง ขณะที่ Hester เลี่ยงอินเทอร์เน็ตเพราะไม่รู้สึกว่ามันปลอดภัย ทั้งคู่ย้ำว่าการเรียกร้องพื้นที่ให้ผู้หญิงและบุคคลนอกกรอบเพศไม่ได้หมายถึงการต่อต้านสมาชิกชายในวง แต่เป็นการชี้ให้เห็นความไม่สมดุลที่มีอยู่แล้ว (Net-A-Porter)
อัลบั้มที่สองซึ่งเคย “เสร็จแล้ว” ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม
Hester:
จำตอนที่เราบอกนักข่าวว่าอัลบั้มสองเสร็จแล้วได้ไหม
Rhian:
ได้ มันเป็นเรื่องโกหกที่สงบและเรียบง่ายมาก
Hester:
ทุกคนถามว่าเรากลัวไหม กดดันไหม จะทำอย่างไรให้ดีกว่าอัลบั้มแรก
Rhian:
เราจึงแก้ปัญหาด้วยการบอกว่าเสร็จแล้ว
Hester:
เป็นการบริหารความคาดหวังแบบหนึ่ง
Rhian:
เป็นการหนีคำถามแบบหนึ่งมากกว่า
Hester:
แล้วสุดท้ายเราก็ต้องทำมันจริง ๆ
Rhian:
น่ารำคาญมาก
Hester:
โดยเฉพาะเมื่อเราเคยประกาศว่าเสร็จแล้ว
Rhian:
ความแตกต่างคือ ตอนทำอัลบั้มแรกเรายังไร้เดียงสา ไม่มีเสียงรบกวนในหัวมากนัก แต่เมื่อทำชุดที่สอง คุณรู้แล้วว่ามีคนรอฟัง มีคนรอเปรียบเทียบ และอาจมีคนรอให้คุณล้มเหลวด้วยความกระตือรือร้นแปลก ๆ
Hester:
ครั้งนี้เราไม่ได้แยกตัวไปเขียนกันสองคนแล้วค่อยเรียกสมาชิกที่เหลือมาเล่น
Rhian:
หลังเดินทางด้วยกันสามปี มันคงประหลาดถ้าเราบอก Josh, Henry และ Ellis ว่า “ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ตอนนี้กลับไปนั่งรอก่อน เราจะไปทำ Wet Leg กันเอง”
Hester:
พวกเขากลายเป็นภาษาของวงไปแล้ว
Rhian:
และในวันที่ฉันลงมาข้างล่างแล้วรู้สึกว่าไม่มีอะไรในหัวฟังเหมือนดนตรีเลย การมีคนอื่นอยู่ตรงนั้นช่วยมาก Ellis อาจเพียงบอกว่าไม่เป็นไร วันนี้ฉันไม่ต้องแบกทุกอย่างคนเดียว
Hester:
เราไปอยู่บ้านเช่าที่ Southwold และเป็นครั้งแรกในเวลานานที่ทุกคนหยุดนิ่งอยู่ด้วยกัน
Rhian:
ฉันจำความรู้สึกนั้นได้มากกว่ารางวัลบางรางวัลเสียอีก เราเพิ่งตระหนักว่า เดี๋ยวนะ เราได้รับอนุญาตให้ทำอัลบั้มอีกชุดหรือ นี่เป็นงานของเราจริง ๆ หรือ
Hester:
ตอนกลางวันเราสองคนไปเขียนเนื้อในรถรางเก่าที่ตั้งอยู่ในสวน
Rhian:
คำว่า “สำนักงาน” อาจให้ภาพหรูเกินไป มันคือรถรางที่เลิกใช้งานแล้ว
Hester:
ส่วนคนอื่นทำดนตรีกันในบ้าน
Rhian:
กลางคืนเราดูหนังสยองขวัญ เหมือนกิจกรรมสร้างทีม แต่มีเลือดมากกว่า
หลังจบทัวร์ยาว วงไปอยู่รวมกันที่บ้านเช่าใน Southwold เมื่อต้นปี 2024 และเขียนอัลบั้มชุดที่สองร่วมกันในฐานะวงห้าคน Rhian กับ Hester ทำงานด้านเนื้อร้องในรถรางเก่าที่อยู่ในสวน ขณะที่สมาชิกคนอื่นพัฒนาเสียงดนตรี ตอนกลางคืนพวกเขาดูหนังสยองขวัญ ซึ่งไหลเข้าสู่โลกภาพและชื่อเพลงอย่าง “Jennifer’s Body” (The Guardian)
Rhian:
สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้คือ เงินมากขึ้นไม่ได้ทำให้งานสร้างสรรค์ดีขึ้นเสมอไป บางครั้งยิ่งโยนเงินใส่สิ่งใดมาก สิ่งนั้นยิ่งห่างจากตัวเรา
Hester:
เพราะเงินมาพร้อมคนที่มีความเห็น
Rhian:
และห้องประชุม
Hester:
และประโยคว่า “ข้อมูลบอกว่า…”
Rhian:
ฉันไม่อยากทำอัลบั้มที่เกิดจากข้อมูล ฉันอยากทำเพลงที่พวกเราตื่นเต้นจะเล่นสด
Hester:
เราไม่ได้พยายามสร้าง “Chaise Longue” อีกเพลง
Rhian:
เพราะเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราสร้างเพลงแรกขึ้นมาได้อย่างไร การพยายามทำซ้ำสิ่งที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณมักนำไปสู่ของปลอมที่แต่งตัวเหมือนของจริง
Hester:
ดังนั้นเราจึงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่หนักขึ้น
Rhian:
ฉันอยากให้เพลงกระแทกร่างกายเวลาเล่นบนเวที อยากให้มันมีแรงขับ มีเบส มีเสียงกีตาร์ที่รู้สึกเหมือนสิ่งมีชีวิตกำลังข่วนประตู
Hester:
และเวลาคนใดคนหนึ่งเสนอความคิดที่อาจมากเกินไป ทุกคนมักสนับสนุนให้ไปไกลกว่าเดิม
Rhian:
ฉันจะถามว่า “พูดแบบนี้ได้ไหม มันผิดไปหน่อยหรือเปล่า” แล้วทุกคนจะตอบว่า “ดีมาก เอาอีก”
Hester:
เราเป็นระบบตรวจสอบคุณภาพที่ไม่ได้ช่วยลดอันตรายเลย
Rhian:
แต่ช่วยลดความน่าเบื่อ
วงตั้งเป้าให้ Moisturizer สนุกและมีพลังเมื่อนำไปเล่นสด มากกว่าพยายามทำซ้ำสูตรของเพลงแจ้งเกิด พวกเขายังผลักดันกันให้เสี่ยงกับเสียง เนื้อหา และภาพลักษณ์ แทนที่จะปลอดภัยขึ้นเพราะมีสายตาคอยจับจ้องมากกว่าเดิม (The Guardian)
จากเพลงอกหักสู่เพลงรักที่ไม่คิดว่าจะเขียนได้
Hester:
อัลบั้มแรกมีคนโดนด่าค่อนข้างมาก
Rhian:
สมควรแล้ว
Hester:
อัลบั้มใหม่มีความรักมากขึ้น
Rhian:
เรื่องน่าตกใจคือ ฉันเคยคิดว่าตัวเองเขียนเพลงรักไม่ได้ ฉันเขียนความโกรธ ความรำคาญ การเลิกรา หรือคนที่ส่งข้อความไม่น่าพึงประสงค์มาได้ แต่เพลงรักจริง ๆ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังสวมเสื้อผ้าของคนอื่น
Hester:
จนเธอพบคนรัก
Rhian:
เราเจอกันที่เทศกาลในโปรตุเกสปลายปี 2021 เป็นการแสดงนอกสหราชอาณาจักรครั้งแรกของวง ทุกคนตื่นเต้นมาก แล้วฉันก็เจอคนคนหนึ่ง และรู้สึกทันทีว่า โอ้ นี่คืออะไร
Hester:
ฉันเห็นตั้งแต่เนิ่น ๆ ว่ามันเข้าไปอยู่ในเนื้อเพลง
Rhian:
ฉันไม่ได้ตามหาความรักเลย และเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงรักผู้ชาย จากนั้นฉันก็ตระหนักว่า บางทีชีวิตไม่ได้จัดหมวดหมู่ตัวเองให้สะดวกอย่างที่เราคิด
Hester:
ฉันดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุขจนต้องเขียนถึงมัน
Rhian:
ความรักกับคนที่ไม่ใช่ผู้ชายทำให้ฉันรู้สึกว่าการเขียนเพลงรักมีพลังขึ้นมาก มันไม่เหมือนกำลังเดินเข้าไปในบทบาทเก่าที่ฉันไม่เคยรู้สึกเป็นเจ้าของ
Hester:
ส่วนฉันก็ไม่เคยเขียนเพลงรักมาก่อนเหมือนกัน
Rhian:
แล้วเธอเขียน “Don’t Speak”
Hester:
ฉันเขียนจากมุมของ Josh ที่พูดกับฉัน แบบนั้นยังนับเป็นเพลงรักของฉันไหม
Rhian:
นับสิ มันอาจเป็นเพลงรักที่ต้องผ่านกระจกสองบานก่อนถึงตัวเธอ
Hester:
ฟังดูเหมาะกับฉันดี
Rhian:
อัลบั้มนี้มีทั้งความหลง ความหมกมุ่น ความต้องการ และความสุขจากการอยู่บ้านด้วยกัน บางเพลงเหมือนคนกำลังวิ่งด้วยหัวใจที่เร็วกว่าร่างกาย บางเพลงเป็นเพียงความรู้สึกว่าเราไม่ต้องออกไปไหนก็ได้
Hester:
ความเป็นผู้ใหญ่คือการพบว่า การไม่ออกจากบ้านอาจเป็นเรื่องโรแมนติก
Rhian:
โดยเฉพาะเมื่อมีรายการโทรทัศน์เก่าและอาหารสั่งมาส่ง
ความรักครั้งใหม่ของ Rhian เปลี่ยนศูนย์กลางทางอารมณ์ของอัลบั้ม เธอเล่าว่าได้พบคู่รักซึ่งเป็นบุคคลนอนไบนารีที่เทศกาลในโปรตุเกส และเริ่มเข้าใจอัตลักษณ์กับความปรารถนาของตนเองต่างจากเดิม ส่วน Hester ซึ่งอยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวกับ Josh Mobaraki รู้สึกยินดีที่เห็นเพื่อนมีความสุข และเขียนเพลงรักในแบบอ้อม ๆ ของเธอเอง (The Guardian)
Hester:
เธอเคยกลัวไหมว่าเมื่อเราเริ่มพูดจริงจังขึ้น คนจะคิดว่า Wet Leg ไม่ตลกแล้ว
Rhian:
ฉันคิดว่าความตลกไม่จำเป็นต้องหายไปเมื่อเราพูดความจริง บางครั้งความตลกคือวิธีพูดความจริงโดยไม่ทำให้มันแข็งตายอยู่บนโต๊ะ
Hester:
และการไม่อธิบายทุกอย่างก็สำคัญ
Rhian:
ใช่ เคยมีนักข่าวตีความ “Chaise Longue” ว่าเป็นเพลงการเมือง เรียกร้องให้คนลุกขึ้นทำบางอย่าง
Hester:
ทั้งที่เพลงนั้นแทบไม่ได้หมายความอย่างที่เขาว่าเลย
Rhian:
แต่ฉันก็ชอบที่เขาได้ความหมายนั้นไป
Hester:
ศิลปะไม่จำเป็นต้องส่งคำตอบเดียวให้ทุกคน การพูดเจตนาของเราจนหมดอาจปิดประตูที่ผู้ฟังกำลังจะเดินเข้าไป
Rhian:
บางครั้งคำอธิบายทำให้สิ่งที่สร้างขึ้นเล็กลง
Hester:
แม้บางครั้งผู้คนจะตีความแบบที่เราไม่เคยคิดถึงเลย
Rhian:
โดยเฉพาะตอนนั้น
Wet Leg ไม่ต้องการควบคุมความหมายของเพลงจนหมด พวกเธอมองว่าผู้ฟังควรมีอิสระในการนำประสบการณ์ของตนเข้าไปอ่านงาน แม้การตีความนั้นจะแตกต่างจากเจตนาเดิมอย่างสิ้นเชิงก็ตาม (Net-A-Porter)
ความฝันประหลาดที่ยังไม่ยอมจบ
Rhian:
ตอนนี้คนอาจถามว่าเรายังอยากได้อะไรอีก เราเคยได้รางวัล เล่นเวทีใหญ่ เดินทางไปทั่วโลกแล้ว
Hester:
คำถามนั้นตั้งอยู่บนความคิดว่าความสำเร็จต้องมีบันได และเราควรปีนขึ้นไปจนถึงขั้นสูงสุด
Rhian:
แต่ฉันไม่ได้คิดว่าเป้าหมายคือรางวัลอีกชิ้น หรือช่องบนโปสเตอร์ที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
Hester:
เธอแค่ต้องการพื้นที่บนโปสเตอร์มากพอให้สะกดชื่อวงถูก
Rhian:
ความทะเยอทะยานของฉันคือทำบางสิ่งที่เมื่อมองย้อนกลับมาแล้วรู้ว่า เราสนุกกับการสร้างมัน และเราภูมิใจที่มันเป็นของเรา
Hester:
การปล่อยตัวไปตามกระแสก็เป็นส่วนหนึ่งของความทะเยอทะยานได้
Rhian:
เราทำงานจริงจัง แต่ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นอนุสาวรีย์ของตัวเอง
Hester:
เพราะทันทีที่เราคิดว่าทุกอย่างมั่นคง เสียงในหัวฉันจะบอกว่า อย่าสบายเกินไป เดี๋ยวมันก็จบ
Rhian:
ฉันก็ยังรู้สึกว่าทุกอย่างอาจพังลงได้ทุกเมื่อ
Hester:
แต่เสียงนั้นเบาลงนิดหนึ่ง หลังเราทำอัลบั้มที่สองสำเร็จ ฉันตื่นเต้นที่จะได้ออกไปเล่นกับทุกคนอีก
Rhian:
พร้อมกลับเข้าสู่ความวุ่นวายหรือยัง
Hester:
พร้อมหรือไม่ เราก็กำลังกลับเข้าไปอยู่ดี
Rhian:
ฟังดูน่ากลัว
Hester:
มันเป็นความฝันประหลาดที่ยังดำเนินต่อไป
Rhian:
แล้วเธอจะทำอย่างไร
Hester:
เล่นกีตาร์ หันหลังให้ผู้ชมบ้างเมื่ออยากทำ และพยายามไม่อ่านอินเทอร์เน็ต
Rhian:
แผนดี
Hester:
ส่วนเธอจะทำอะไร
Rhian:
ทำเสียงนก
Hester:
ฉันรู้อยู่แล้วว่าเรื่องนั้นจะกลับมา
Rhian:
แล้วก็ไปต่อ จนกว่าจะมีใครบอกว่างานเลี้ยงจบ
Hester:
หรือจนกว่าเราจะเป็นคนสุดท้ายในห้องและต้องช่วยเก็บเก้าอี้
Rhian:
เราตั้งวงเป็นเรื่องตลก
Hester:
ใช่
Rhian:
แล้วเรื่องตลกนั้นก็พาเราไปทั่วโลก
Hester:
ซึ่งพูดตามตรง ยังเป็นมุกที่ค่อนข้างดีอยู่
ท้ายที่สุด ทั้งคู่ไม่ได้กำหนดอนาคตผ่านรางวัลหรือขนาดของเวที Rhian ต้องการสร้างงานที่ย้อนกลับมามองแล้วรู้สึกว่ากระบวนการนั้นสนุกและมีความหมาย ขณะที่ Hester ยอมรับว่าความรู้สึกไม่มั่นคงยังอยู่ แต่ถูกกลบด้วยความตื่นเต้นที่จะกลับไปเล่นดนตรีกับเพื่อน ๆ อีกครั้ง—ความฝันประหลาดของ Wet Leg จึงยังดำเนินต่อไป (The Guardian)



