Showing posts with label 1987. Show all posts
Showing posts with label 1987. Show all posts

Thursday, 26 February 2009

Def Leppard-Hysteria




อัลบั้ม Pyromania เมื่อปี 1983 ของ Def Leppard นั้นทำให้แฟนเพลงเฮฟวี่จับตามองวงนี้ไม่กะพริบ มันเป็นซาวดน์ใหม่ที่เป็นความหวังของเมทัลในการบุกป๊อบชาร์ท ด้วยโปรดักชั่นของยอดโปรดิวเซอร์ โรเบิร์ท จอห์น "มัท" แลงก์ ที่กำลังรุ่งสุดขีด จับวงไหนหรือศิลปินใดก็ทำได้ดีไปหมด (และก็สุ้มเสียงออกมาคล้ายๆกันด้วย) Pyromaniaมีความดุดันแบบสะอาดสะอ้านที่ฟังกันได้ทั้งครอบครัว 'Foolin'', 'Photograph' ,'Rock Of Ages' คือเพลงฮิตที่ออกมาเป็นชุด แต่ Hysteria ไม่ได้เดินตามรอย Pyromania อย่างง่ายดาย แลงก์ปฏิเสธการกลับมาโปรดิวซ์ เพราะกำลังง่วนอยู่กับการทำ Heartbeat City ให้วงป๊อบ-ร็อค The Cars (แน่นอนว่าอัลบั้มนี้ก็ดังอีก) พวกเดฟเลยติดต่อไปที่ จิม สไตน์แมน (Bat Out Of Hell) และเริ่มทำงานกันในฮอลแลนด์ในปี 1984 แต่ในที่สุดก็ไปกันไม่ได้ ต้องแยกทางกันไป เดฟ เลพพาร์ดหันไปเรียก ไนเจล กรีน ที่เคยเป็นเอ็นจิเนียร์ให้พวกเขาในอัลบั้ม High 'n' Dry มาก่อนแต่แล้วในช่วง New Year's Eve ของปี 1984 ริก อัลเลน มือกลองอนาคตไกลประสบอุบัติเหตุรถยนต์ เขาต้องสูญเสียแขนของเขาไปหนึ่งข้าง (ซ้าย) ใครๆรวมทั้งผมก็คิดว่างานนี้เตรียมหามือกลองใหม่ได้เลย แต่ไม่น่าเชื่อ ริกกลับมาได้ในปีถัดมาด้วยแขนขวาข้างเดียวของเขา กับกลองชุดที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ (แต่นับแต่นั้นมา Def Leppard ก็ไม่เคยร็อคได้ในแบบเดิมอีก) งานนี้ทางวงได้ใจแฟนเพลงทั่วโลกที่ไม่ยอมทิ้งเพื่อนร่วมวงในยามที่สาหัสที่สุดของเขา


1985 แลงก์เสร็จงานและกลับมาคุมเกมอีกครั้ง เขารับไม่ได้กับงานที่วงทำกันเอาไว้ และสั่งการให้ทำใหม่ทุกอย่าง ตั้งแต่ต้น! การบันทึกเสียงเป็นไปอย่างยาวนานตลอดปี 1986ในที่สุด Hysteria ก็ออกมาสู่โลกในปี 1987 พร้อมกับซิงเกิ้ลแรก 'Woman' น่าใจหายที่มันทำยอดขายได้ไม่ดีเลย 'Animal' เป็นซิงเกิ้ลที่สอง ค่อยทำงานดีขึ้น ก่อนที่วงจะออกซิงเกิ้ลใน Hysteria ตามมาอีกห้าแผ่น รวมทั้งบัลลาด Love Bites ที่ติดอันดับ 1 บิลบอร์ดยอดขาย12ล้าน6แสนแผ่น ออกเมื่อ ก.ค. 1987

Saturday, 21 February 2009

เบื้องหลังความกระหายทำลายล้าง






ระหว่างที่รออยู่ว่าเมื่อไหร่นายดับบลิว(ที่บ้านเรียกอย่างงี้)จะเข็นอัลบั้มที่คลอดยากที่สุดในโลกของ GNR (Guns N’ Roses) ออกมาซะที ผมก็สงสัยอยู่ว่างานนี้ Mike Clink จะมาโปรดิวซ์ให้อีกหรือเปล่า คลิงค์เป็นโปรดิวเซอร์คู่บารมีของ GNR และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาสร้างงาน debut Appetite For Destruction ออกมาได้สุ้มเสียงปานนั้น และเมามันส์เยี่ยงนั้น

มันเป็นเวลาตี 4 ของเช้าวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วงปี 1986 ที่โปรดิวเซอร์หนุ่มได้รับโทรศัพท์เสียงกระเส่าจากชายนาม Axl Rose โรสเพิ่งได้ฟังเดโมเพลง Shadow Of Your Love ที่พวกเขาทำร่วมกับคลิงค์ตอนสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาและเขารู้โดยพลันว่างานนี้เขาเจอคนที่เหมาะสมแล้ว

ก่อนหน้านี้บรรดาเหล่าพลพรรคกันส์แอนด์โรสเซสได้ลองร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มากหน้าแต่ผลออกมาก็งั้นๆ (หนึ่งในนั้นคือพอล แสตนลีย์แห่งคิสส์)

GNR ประทับใจงานของคลิงค์มาตั้งแต่ที่เขาทำให้ UFO ในอัลบั้มแสดงสด Strangers In The Night ที่คลิงค์จัดการกับการมิกซ์เสียงกีต้าร์ประสานคู่ได้อย่างสุดซี้ด แต่เหนืออื่นใดการที่คลิงค์ได้โอกาสเข้ามารับตำแหน่งโปรดิวเซอร์ให้วงก็น่าจะเป็นความจริงใจมากกว่า....

คลิงค์ว่าอย่างนี้จริงๆ "พวกเขาเชื่อถือในตัวผม เพราะผมมักจะบอกพวกเขาตรงๆว่าที่เขาเล่นกันนั้นมันเป็นไง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยู่ในแคมป์นี้ได้นานโคตร...ความตรงแบบขวานผ่าซากของผม"

ถึงแม้คลิงค์ จะทราบมาก่อนแล้วว่า GNR ขึ้นชื่อว่าเป็นวงที่ทำงานด้วยยาก แต่เขากลับทำตัวกลมกลืนและยอมรับคาแรกเตอร์ส่วนตัวของสมาชิกได้แบบสบายๆ คืนไหนถ้าเขาไม่ได้มิกซ์งานดึกดื่น เขาก็จะออกไปท่องราตรีกินเหล้ากับวงด้วย "มันเป็นเวลาที่บ้าบอดีแท้ แต่ผมก็สนุกไปกับมันด้วย" คลิงค์เล่าความหลัง
คลิงค์เล่าว่าพวก GNR ต้องการให้ซาวนด์ออกมาดิบและเน้นการประสาน-ประชันของกีต้าร์สองตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาถนัดอยู่แล้ว พวกเขามักจะพูดถึงแผ่นเสียงที่พวกเขาชอบกัน โรสจะฟังเพลงตลอดเวลา และวงโปรดวงนึงของเขาในช่วงนั้นคือ Metallica ส่วนอิซซี่จะชอบ Dixie Dregs สแลชนั้นเป็นขาหินกลิ้ง ดัฟฟ์เล่นพวกพังค์ ส่วนสตีเฟนนั้นชอบทุกแนวที่กล่าวมา

พวกเขาทำเพลงกันประมาณ 20 แทร็ค และแน่นอนต้องมีบางเพลงที่ต้องถูกคัดออก หนึ่งในนั้นคือ November Rain ที่ต้องออกไป แม้ทุกคนจะยอมรับในความเป็นมหากาพย์ของมัน เพราะความไม่เข้าพวก งานนี้คลิงค์เล่าว่าเถียงกันหน้าดำหน้าแดงไปตามๆกัน

สิ่งที่ยากที่สุดในการโปรดิวซ์วงนี้สำหรับคลิงค์ก็คือ "การที่จะทำให้ทั้งห้าคนทำในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน พวกเขาเป็นพวกสติพล่านกระเซ็นตลอดเวลา มักจะอยากทำอะไรเป็นพันๆอย่างในเวลาเดียวกันหรือไม่ก็ไม่อยากทำอะไรแม่งซักอย่างเลย" แต่คลิงค์ก็ยังมีทีเด็ดอีกอย่าง "ผมมักจะรู้โดยสัญชาติญาณว่าเมื่อไหร่วงจะพีคแล้วและควรจะหยุด ผมจะรู้ทันทีว่านั่นคือเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ดีที่สุดของพวกเขาแล้ว"

เพลงส่วนมากจะบันทึกเสียงกันอย่างรวดเร็วประมาณ 5-6 เทค บางเพลงอาจไปถึง 10 แต่ไม่มากไปกว่านั้น เพราะทางวงซ้อมกันมาอย่างค่อนข้างดีแล้ว และคลิงค์ก็พยายามให้ทุกอย่างออกมา"สด"เท่าที่จะทำได้ มีแต่เสียงโซโลของสแลชเท่านั้นที่จำเป็นต้องมาอัดทีหลังทุกครั้ง

Appetite....มีซาวนด์ที่น่าประทับใจแม้ในทุกวันนี้เราก็ยังไม่รู้สึกว่ามันล้าสมัยซักนิด เคล็ดของคลิงค์คือเขาพยายามจะไม่ยึดติดกับอุปกรณ์ที่ตัวเองชอบ เช่นเสียงกีต้าร์ของอิซซี่จะเหมาะสำหรับแอมป์ Carvins เขาจะใช้ทุกอย่างที่ขวางหน้าและหลังอะไรก็ตามที่มันจะเวิร์ค ผลที่ได้คือความสดทรงพลังและหลากหลายของซาวนด์ตลอดโปรแกรม

เมื่อไมค์ คลิงค์มิกซ์เสียง Appetite...เสร็จ เขารู้ดีว่ามันซาวนด์ amazing แค่ไหน แม้จะไม่คิดถึงขั้นว่ามันจะกลายเป็นงานคลาสสิกแห่งยุคสมัยไปได้ เขายังจำได้ดีว่าวันหนึ่ง Tom Zutaut ผู้เป็น A&R coordinator ของGeffen โผล่เข้ามาฟัง playback ในวันหนึ่งหลังบันทึกเสียงเสร็จ เขาถามคลิงค์ "ไมค์ นายว่าไอ้อัลบั้มนี้มันจะขายได้ซักกี่โหลวะเนี่ย?" ไมค์ตอบ "อัลบั้มนี้จะขายได้ถึงสองล้านก๊อปปี้" ด้วยความภาคภูมิใจในน้ำเสียง และทอมก็บอกว่า "นายผิดว่ะ มันจะขายได้ถึงห้าล้าน นายคอยดู"

ทั้งไมค์และทอมทำนายผิดทั้งคู่ ทุกวันนี้มันขายได้เกิน 15 ล้านไปแล้ว...

หลังจากงานนี้ ก็ตามฟอร์มต้องมี"ลูกค้า"เข้ามาหาคลิงค์และเรียกร้องจะให้เขาสร้างเสียงแบบ กันส์แอนด์โรสเซสให้หน่อย ซึ่งไมค์ก็มีคำตอบสำเร็จในรูปแบบคำถาม "แล้วดนตรีของพวกนายออกมาเหมือนกันส์แอนด์โรสเซสรึเปล่าล่ะ ถ้าไม่ ก็ไม่มีทางว่ะ"

ไมค์ คลิงค์ทิ้งทายไว้สำหรับวิธีการที่เขาจัดการกับวง GNR ได้สำเร็จในขณะที่คนอื่นไม่มีใครทำได้

"ผมทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและไม่กลัวกับการทำอะไรผิด ผมรู้ทางลัดมากมายในการที่จะทำให้หลายอย่างง่ายขึ้น และผมก็ชอบที่จะทำงานแบบสนุกๆ ผมทำให้ทุกๆคนมีความรู้สึกราวกับว่าพวกเขาจะพิชิตโลกใบนี้ได้"