Wednesday 8 December 2010

Breakfast In America...again


“Englishmen in Hollywood


Supertramp : Breakfast In America (deluxe edition) *****

Original released: March 1979

Deluxe Edition released: October 2010

Genre: Pop, Progressive Rock

Producer: Peter Henderson, Supertramp

Supertramp เป็นวงดนตรีที่มีอิทธิพลต่อการฟังดนตรีของผมมากมาย พวกเขาแตกต่างจากร็อคกรุ๊ปอื่นๆในยุค 70’s จนไม่รู้จะจัดหมวดหมู่ไปรวมกับใครได้ ภาพลักษณ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็น nerd และ hippie ไปด้วยกันได้ดีกับดนตรีที่ซ่อนความซับซ้อนไว้ในท่วงทำนองที่แสนจะติดหู นักร้องนำสองคนที่เสียงต่างกันราวฟ้าดินและหลายครั้งที่มักจะร้องประชันกัน Supertramp ทำเพลงที่ไม่เน้นกีต้าร์มากเท่าคีย์บอร์ดและเปียโน และพวกเขายังเป็นวงร็อคไม่กี่วงที่นำเสนอเครื่องเป่าอย่างแซ็กโซโฟนและคลาริเน็ต

Deluxe Edition ของ Breakfast In America เป็นโอกาสอันดีงามที่ผมจะได้กลับมาสัมผัส masterpiece ชิ้นนี้อีกครั้ง โครงการ deluxe edition ของ Universal music group นั้นมีมาหลายปีแล้ว และมีอัลบั้มที่ออกในรูปแบบนี้มามากกว่า 100 ชุด ส่วนใหญ่จะเป็นอัลบั้มที่มีความสำคัญระดับหนึ่ง ทุกชุดจะออกเป็นอย่างน้อย 2 ซีดี หรืออาจจะมีดีวีดีด้วย โดยจะมีอัลบั้มดั้งเดิมที่ผ่านการรีมาสเตอร์ล่าสุดควบไปกับแผ่นแถม ที่อาจจะเป็น demo, outtakes หรือบันทึกการแสดงสดที่อัดไว้ในยุคที่วงออกอัลบั้มนั้นๆ และไม่ใช่ว่า deluxe edition ทุกชุดจะได้รับคำชื่นชมเสมอไป บางชุดก็โดนแฟนๆสาดเสียเทเสียทั้งในเรื่องของเพลงแถมที่ไม่เข้าท่า หรือคุณภาพเสียงที่รีมาสเตอร์ออกมาได้ห่วยกว่าเดิม

น่าเสียดายที่แผ่นแถมของ Breakfast ไม่ได้มีเพลงแปลกๆอะไรเลย แต่เป็นการรวมบันทึกการแสดงสดในช่วงปี 1979 จากการแสดงที่ Wembley, Miami และ Paris (ไม่ซ้ำกับในอัลบั้ม Paris) เท่านั้น เพลงส่วนใหญ่ก็มาจาก Breakfast….ครึ่งต่อครึ่ง อย่างไรก็ตามมันก็เป็นแผ่นการแสดงสด12เพลงที่ตัดต่อออกมาได้น่าฟัง คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ดี และ Supertramp ก็เล่นได้เยี่ยมในแบบฉบับของพวกเขา ตัว original album ผ่านการรีมาสเตอร์ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2010 นี้เองโดย Greg Calbi และฟังด้วยหูธรรมดาๆของผมก็รู้สึกว่ามันคมชัดกระจ่างใสถึงรายละเอียด,โทนเสียงอบอุ่นนิ่มนวลและมีความเป็นดนตรีน่าฟังตลอดแผ่นครับ ปกอัลบั้มเป็น gatefold เปิดได้สี่ท่อน เต็มไปด้วยภาพหายากจากยุคนั้นมากมาย และ booklet ที่มี article ยาวเหยียดจากฝีมือการเขียนของบ.ก.นิตยสาร MOJO, Phil Alexander

Breakfast In America คืออัลบั้มชุดที่ 6 ของวงร็อคจากอังกฤษวงนี้ สามอัลบั้มก่อนหน้านี้คือ Crime of the Century, Crisis?, What Crisis? และ Even In The Quietest Moments สร้างชื่อให้พวกเขาในหลายประเทศในฐานะวงร็อคที่เล่นเพลงโปรเกรสซีพป๊อบในแนวทางของตัวเอง และบทเพลงที่มีเนื้อหาทางปรัชญาและจิตวิญญาณ แต่คงไม่มีใครคาดหวังว่าพวกเขาจะมีอัลบั้มที่เต็มไปด้วยซิงเกิ้ลฮิตและขายดีระเบิดอย่าง Breakfast.. ออกมา พวกเขาย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในอเมริกาในช่วงบันทึกเสียงอัลบั้มนี้ ประจวบเหมาะเข้ากับเพลงและชื่ออัลบั้มที่ Hodgson แต่งไว้ตั้งแต่อายุ 17 ด้วยความคิดแบบวัยรุ่นอังกฤษที่คิดว่าถ้าได้ไปอยู่อเมริกาแล้วจะหาสาวๆได้ง่าย ชื่อ Breakfast In America ถูกนำมาใช้แทนสองชื่อที่เคยเป็นชื่อชั่วคราวก่อนของอัลบั้มนี้อย่าง Working Title และ Hello Stranger และมันก็เป็นชื่อที่ชี้นำแนวทางของดนตรีในอัลบั้มไปโดยปริยาย นัยหนึ่งมันคือซาวนด์แทร็คของมุมมองคนนอกต่ออเมริกาในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นภาพลวงตาของเมืองมายาในแทร็คเปิดอัลบั้ม Gone Hollywood ชีวิตรักข้ามคืนของร็อคสตาร์กับเหล่ากรุ๊ปปี้สาวๆที่เขียนไว้ได้อย่างเจ็บปวดใน Goodbye Stranger ความกดดันทางจิตใจและความสัมพันธ์ในวงเองที่ริคเขียนไว้ใน Just Another Nervous Wreck และ Casual Conversations

แต่เพลงที่เป็นพระเอกจริงๆของอัลบั้มล้วนแล้วแต่เป็นผลงานของ Hodgson โดยเฉพาะ The Logical Song ที่เป็นเหมือน Stairway To Heaven ของ Supertramp มันเป็นเพลงตั้งคำถามต่อชีวิตที่อาจจะไพเราะและมีสีสันทางดนตรีที่สุดที่เคยมีมา รวมไปถึงท่อนแซ็กโซโฟนโซโลอมตะของ John Helliwell ที่มีการเปิดเผยเคล็ดลับกันว่าอัดเสียงกันในห้องน้ำ! เพลงดังอีกเพลง-Take The Long Way Home นั้นเหมือนจะเขียนขึ้นมาจากชีวิตที่แปลกแยกในแอลเอของพวกเขา ยังมีบัลลาดที่โชว์เสียงของ Hodgson เน้นๆอย่าง Lord Is It Mine แต่เพลงปิดท้าย Child of Vision กลับหนักหน่วงซับซ้อนยาวเฟื้อยเป็นที่ถูกใจแฟนเพลงที่ค่อนข้างชอบแนวทาง Progressive ของวงมากกว่าป๊อบ

ถ้าคุณเป็นแฟนวงนี้มาก่อนและเคยมีอัลบั้มนี้อยู่แล้ว แพ็กเกจที่สวยงาม,ราคาที่น่าคบหา,แผ่นแสดงสดและคุณภาพในการรีมาสเตอร์ครั้งนี้คงทำให้ตัดสินใจเสียเงินอีกครั้งได้ไม่ยาก และสำหรับผู้คิดจะเริ่มต้นเดินทางไปกับ Supertramp นี่ถือเป็นประตูทางเข้าที่ดีครับ ข่าวว่าปีหน้าอาจจะมี deluxe edition ของอัลบั้ม Crime of the Century ออกมากันอีก ถ้างานออกมาดีอย่างนี้ก็น่าเสียเงินให้กันอีกครับ

Track listing

"Gone Hollywood" – 5:20

"The Logical Song" – 4:10

"Goodbye Stranger" – 5:50

"Breakfast in America" – 2:38

"Oh Darling" – 3:58

"Take the Long Way Home" – 5:08

"Lord Is It Mine" – 4:09

"Just Another Nervous Wreck" – 4:26

"Casual Conversations" – 2:58

"Child of Vision" – 7:25

-------------

Deluxe Edition Disc 2

"The Logical Song" (Live At Pavillon de Paris) - 4:06

"Goodbye Stranger" (Live At Pavillon de Paris) - 6:11

"Breakfast In America" (Live At Wembley) - 3:05

"Oh Darling" (Live In Miami) - 4:21

"Take The Long Way Home" (Live At Wembley) - 4:48

"Another Man's Woman" (Live At Pavillon de Paris) - 7:32

"Even In The Quietest Moments" (Live At Pavillon de Paris) - 5:36

"Rudy" (Live At Wembley) - 7:29

"Downstream" (Live At Pavillon de Paris) - 3:28

"Give A Little Bit" (Live At Pavillon de Paris) - 4:03

"From Now On" (Live At Wembley) - 6:53

"Child Of Vision" (Live At Pavillon de Paris) - 7:32

No comments: